![]() |
|
|---|
Tel.08-3376-8775
Email
| สารบรรณ 1 | สารบรรณ 2 | สารบรรณ 3 | สารบรรณ 4 | สารบรรณ 5 |
|---|
Note: Other Thai language articles sometimes added by editor of Korat Post Online

โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 CG08ออกโครงการแพทย์ CG08ออกโครงการแพทย์ที่ รร. บ้านท่าอ่าง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 หน่วยแพทย์จาก 5 ประเทศ ที่เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 08 ประกอบด้วย ไทย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยฝ่ายไทยจัดกำลังจาก โรงพยาบาลกองบิน 1 กองทัพอากาศ โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลจำนวนกว่า 20 นาย ให้บริการทางการแพทย์ร่วมกับกำลังพลจาก 5 ประเทศดังกล่าว โดยการปฏิบัติด้านการแพทย์ดังกล่าวประกอบด้วยการตรวจรักษาโรคทั่วไป การให้บริการด้านทันตกรรม การปฏิบัติการด้านการแพทย์ที่ รร.บ้านท่าอ่าง เป็นการปฏิบัติงานร่วมกันของการตรวจวัดสายตาประกอบแว่น และการบริการด้านสัตวแพทย์ มีพี่น้องประชาชนจาก 4 หมู่บ้านของ ต.ท่าอ่าง กว่า 2,000 คน มาเข้ารับบริการ พันตรี ด็อกเตอร์ YY NG จากกองทัพสิงคโปร์ กล่าวกล่าวถึงความรู้สึกของการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึกคอบร้าโกลด์ 08 “ผมดีใจมากครับ ที่ได้เดินทางมาร่วมโครงการแพทย์ที่นี่ ผู้คนมีไมตรี และต้อนรับเราอย่างอบอุ่น” ด้านนายสมาน ปลอดกระโทก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าอ่าง กล่าวว่า ประชาชนที่มาเข้ารับบริการในครั้งนี้ ต่างมีความประทับใจในความตั้งใจจริงของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 08 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการด้านตรวจวัดสายตาและทันตกรรมนั้น มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่มีสุขภาพที่ไม่สู้จะดีนักเพราะขาดการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นการให้บริการทางการแพทย์ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันที่ กำลังทหารอเมริกันและญี่ปุ่นดูงานเศรษฐกิจพอเพียง กำลังทหารอเมริกันและญี่ปุ่นดูงานเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 กำลังทหารอเมริกันและญี่ปุ่น นำโดย พันโท Powell จากกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯภาคพื้นแปซิฟิก และ พันโท Ota จากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 08 ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา ซี่งอยู่ในความดูแลของ กองทัพภาคที่ 2 เพื่อศึกษาหลัก ปรัญญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทย โดยมี พันเอกสุพัฒน์ ศรีสังข์ ผู้จัดการศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นผู้ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปภารกิจของศูนย์ฯ รวมทั้งได้นำคณะเข้าเยี่ยมชม และมี พันโทศนิโรจน์ ธรรมยศ ผช.สปชส.กอฝ.คอบร้าโกลด์ 08 เป็นนายทหารประสานงานและนายทหารล่าม“นับเป็นหลักปรัญาที่มีความลึกซึ้งและสามารถนำไปใช้ได้จริง ผมคิดว่าด้วยหลักปรัชญาดังกล่าวจะทำให้ประชาชนชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” พันโท Powell กล่าวในขณะที่เยี่ยมชมสถานีให้ความรู้ทั้ง 13 สถานีของศูนย์การเรียนรู้ฯ ดังกล่าว “ผมประทับใจ หลักทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ดิน การวิเคราะห์พันธุ์ข้าว และการใช้หลักที่ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่า ซึ่งนับได้ว่าเป็นหลักปรัชญาในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ฉลาดมาก” พันโท Powell กล่าวทิ้งท้าย ทางด้าน พันโท Ota จากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น กล่าวว่า “ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีโครงการเช่นนี้เหมือนกัน แต่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับเป็นหลักปรัชญาที่มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ และสภาพท้องถิ่นของคนไทย จึงทำให้หลักปรัชญาดังกล่าวมีผลต่อการพัฒนาความกินดีอยู่ดีของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน” โคราชโพสต์รายวัน แถลงข่าวผลการจับกุมในคดีละเมิดลิขสิทธ รอง ผบช.ภ.3 แถลงข่าวผลการจับกุมในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 พล.ต.ต.อำนวยมหาผล รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงข่าวผลการจับกุม นายอิน เมา อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา พร้อมพวกรวม 4 คน ได้ที่ร้านจำหน่ายสินค้า บริเวณตลาดช่อมจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ โดยกล่าวหาว่าเสนอ จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า และช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของที่ตนรู้ว่าได้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ฯ พร้อมของกลาง มูลค่าความเสียหายประมาณ 90 ล้านบาท ดังนี้ กระเป๋าเดินทาง , กระเป๋าถือ , กระเป๋าสตางค์ , หมวก , เข็มขัด ,ปลอมเครื่องหมายการค้า หลุย์ วิคตอง , กุดซี่ , ชาแนล , พาดา , บูเบอรี่ , โคช และอื่นๆ โคราชโพสต์รายวัน รับมอบเครื่องกำจัดยุง รับมอบเครื่องกำจัดยุงพร้อมพัฒนาส้วม นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบสารกำจัดยุงลายและเครื่องพ่นสารเคมีชนิดหมอกควัน จาก บริษัท เคมฟลีท จำกัด เพื่อสนับสนุนการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ที่มีการระบาดโดยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวเกี่ยวกับการลงนามความร่วมมือพัฒนาส้วมสาธารณะไทย ระหว่างกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ว่าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาส้วมสาธารณะให้สะอาด ปลอดภัยและมีปริมาณเพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้ ซึ่งจะส่งผลให้สุขอนามัยของนักเรียนอาชีวศึกษาดีขึ้น ความร่วมมือพัฒนาส้วมของวิทยาลัยอาชีวศึกษาครั้งนี้ มีเป้าหมายดำเนินการส้วมที่อยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ 404 แห่ง ให้ได้มาตรฐานสากลคือ “สะอาด เพียงพอ และปลอดภัย” ทุกแห่งภายในปี 2551 นี้ โดยกรมอนามัยจะถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีเกี่ยวกับมาตรฐานส้วมสาธารณะ ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขนิสัยและพฤติกรรมการใช้ส้วมแก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่ง ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะสนับสนุนการออกแบบส้วมมาตรฐานและงบประมาณสร้างส้วม ซึ่งจะมีการถ่ายทอดเรื่องส้วมมาตรฐาน ในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของนักเรียนอาชีวศึกษาในโครงการบริการสังคม ชุมชนต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเช่น โครงการวัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ วิทยาลัย และโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนปูนซีเมนต์สำหรับใช้ในการก่อสร้างจากบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง นอกจากนี้ จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ส้วมที่ถูกสุขอนามัย ตลอดจนสร้างสุขนิสัยและพฤติกรรมการใช้ส้วม ส่งเสริมสุขภาพนักเรียนอาชีวศึกษาหรือที่เรียกว่า คนพันธุ์อาร์ 689,252 คน และประชาชนอื่นๆ ให้ถูกต้อง ผ่านทางระบบเครือข่ายสื่อสารมวลชนอาร์ เรดิโอ (R-Radio) ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อปลูกฝังพื้นฐานการมีสุขภาพอนามัยที่ดี ไม่เจ็บป่วยจากโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ซึ่งเป็นโรคพื้นฐานและเป็นดัชนีสะท้อนถึงความสะอาดของสุขาภิบาลส้วม-น้ำสะอาดของประเทศไทย โดยให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดชุมพร ตากและสิงห์บุรี เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาส้วมสาธารณะสำหรับหน่วยงาน ชุมชน กลุ่มประชาคมต่างๆ ในแต่ละจังหวัด นายชวรัตน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการพัฒนาส้วมสาธารณะในปี 2550 มีส้วมสาธารณะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 20 และสร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนร้อยละ 40 ในปี 2551 ตั้งเป้าพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60 โดยเฉพาะในโรงพยาบาล สถานีอนามัย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ให้ผ่านมาตรฐานร้อยละ 90 เนื่องจากเป็นสถานบริการผู้เจ็บป่วย ต้องเคร่งครัดในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ด้านแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในปี 2551 กรมอนามัยตั้งเป้าหมายพัฒนาส้วมทั้งหมด 12 ประเภท ได้แก่ 1.แหล่งท่องเที่ยว 2.ร้านอาหาร 3.ตลาดสด 4.สถานีรถโดยสาร ท่าเรือและสนามบิน 5.ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส 6.โรงเรียน สถานศึกษา 7.โรงพยาบาล 8.สถานที่ราชการ 9.สวนสาธารณะ 10.ศาสนสถาน 11.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และ 12.ส้วมสาธารณะในความรับผิดชอบขององค์กรท้องถิ่น ให้ได้มาตรฐานสะอาด เพียงพอและปลอดภัย ไม่มีกลิ่นเหม็นให้ได้ร้อยละ 60 ของแต่ละสถานที่ และเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาส้วมสาธารณะ กรมอนามัยได้จัดประกวดสุดยอดส้วมแห่งปี 2551 ต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจให้ส่งภาพถ่ายส้วมที่ประทับใจ พร้อมระบุชื่อสถานที่ มาที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือสอบถามรายละเอียดทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2590-4128 จะประกาศผลในเดือนธันวาคม 2551 ส้วมที่ชนะเลิศจะได้รับการประกาศเชิดชูเกียรติ และประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชน สร้างชื่อเสียงหน่วยงานต่อไป โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันที่ 25 เมษายน 2551 กองทัพภาคที่2 ตรวจพื้นท กองทัพภาคที่2 ตรวจพื้นที่น้ำเสียที่หนองบุญมาก เมื่อ 25 เมษายน 2551 พล.ต.พิเชษฐ์ วิสัยจร รองแม่ทัพภาคที่2 และคณะได้เดินทางไปตรวจพื้นที่บริเวณลำคลองเมือง เขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมาที่ประสบปัญหาเน่าเสียร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด ส่วนราชการ และผู้แทนจากโรงงานแป้งมัน ทั้ง 2 แห่งเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้กับราษฎรในพื้นที่และได้ตามโครงการการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์ EM ของบริษัท พี.วี.ดี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ไดมอนด์สตาร์ช จำกัด เพื่อคืนสิ่งแวดล้อมสู่ธรรมชาติ โดย กองทัพภาคที่2 ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้เนื่องจากการที่ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่2 ได้รับหนังสือขอความอนุเคราะห์ช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียจาก องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขต องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด และตำบลใกล้เคียงในเขตอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมาว่าน้ำในลำคลองเมืองเน่าเสียไม่สามารถใช้อุปโภค บริโภคได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการปล่อยน้ำเน่าเสียลงในลำคลองเมืองของโรงงานแป้งมัน 2 แห่ง ทำให้สัตว์น้ำโดยเฉพาะปลาตายเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถใช้อุปโภค บริโภคได้ ทำให้ประชาชนจำจวน 14 หมู่บ้าน รวม 5,000 ครอบครัวเดือดร้อน องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรด ได้รับทราบว่า กองทัพภาคที่2 โดย พล.ต.พิเชษฐ์ วิสัยจร รองแม่ทัพภาคที่2 เคยแก้ปัญหาเรื่องขยะเน่าเสีย และแหล่งน้ำบริเวณบ่อขยะเทศบาลนครนครราชสีมาอย่างได้ผล มาแล้ว ในโอกาสเดียวกันนี้ รองแม่ทัพภาคที่2ได้บรรยายให้ความรู้แก่ราษฎรในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวแรดอำเภอหนองบุญมากจังหวัดนครราชสีมาด้วย โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันท แอร์ ฟีนิคซ์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่โคราช แอร์ ฟีนิคซ์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่โคราช เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2551 นายชาญวิทย์ วสยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบินแอร์ ฟีนิคซ์ ที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา พร้อมกับหน่วยงานราชการ,ผู้ประกอบการเอกชนและสื่อมาลชนในจังหวัดนครราชสีมา โดยนายจิราทิตย์ อ่องอารีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอร์ ฟีนิคซ์ จำกัด เปิดเผยว่า แอร์ ฟีนิคซ์เป็นสายการบินน้องใหม่ที่มุ่งเน้นในการให้บริการการบินระยะใกล้ภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว และเสริมศักยภาพในเชิงธุรกิจระดับหัวเมืองเช่น เที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ-โคราช,กรุงเทพฯ-แม่สอด, โคราช-เชียงใหม่-เชียงราย ด้วยทุนจดทะเบียน 210 ล้าน โดยตั้งเป้าจะเป็นสายการบินท้องถิ่นที่มีมาตรฐานด้านการให้บริการ และความปลอดภัยในราคาประหยัด เพื่อนำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันราคาพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางแอร์ ฟีนิคซ์จึงต้องเลือกเครื่องบินขนาดกลาง 60 ที่นั่งซึ่งช่วยประหยัดพลังงานและย่นระยะเวลาในการเดินทางลงไปมากจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้มีภารกิจเร่งด่วนแบบไปเช้าเย็นกลับและผู้ที่นิยมไปท่องเที่ยวในประเทศ โดยในระยะเริ่มต้นจะเปิดให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-โคราช สัปดาห์ละ 3 วัน และยังมีเส้นทางกรุงเทพฯ-แม่สอด สัปดาห์ละ 3 วัน โคราช-เชียงใหม่-เชียงราย สัปดาห์ละ 4 วัน ซึ่งจะเริ่มเปิดเส้นทางการบินในเดือนเมษายน 2551 นี้ ทั้งนี้ ในอนาคตยังมีแผนเปิดให้บริการเส้นทางจากกรุงเทพฯ-ชุมพร, กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์, หาดใหญ่-ภูเก็ต, ภูเก็ต-ระนอง และตามหัวเมืองต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุม ความต้องการของผู้โดยสารทั้งประเทศด้วยภายใต้คอนเซปต์ “สายการบินท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น” ที่จะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางสู่หัวเมืองต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ประหยัด และที่สำคัญ “ปลอดภัย” ด้วยเครื่องบิน YS11 A-500 ขนาด 60 ที่นั่ง พร้อมด้วยนักบิน และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญงานประสบการณ์กว่า 15 ปี |
โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันท
ี่ 23 เมษายน 2551
จับแก๊งตัดสายไฟเขื่อน

พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา แถลงข่าวการจับกุมแก๊งลักตัดสายไฟฟ้าของเขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา สืบเนื่องจาก ด้วยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2551 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว ได้รับแจ้งจากนายสุข แก้วสามัคคี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12(บ้านโคกสะอาด) ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่าพบกลุ่มคนประมาณ 7 คน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่สันเขื่อนลำพระเพลิง 1 มีพฤติการณ์น่าสังสัยว่า จะเป็นกลุ่มคนร้ายที่เคยมาขโมยสายไฟฟ้าของกรมชลประทาน จึงได้วางแผนกับชาวบ้านซุ่มดักจับกุมคนร้ายดังกล่าว พร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมจับกุม พ.ต.อ.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว ทราบพร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนและชุดสายตรวจ ออกไปร่วมจับกุมแก๊งดังกล่าวได้ที่เกิดเหตุ ซึ่งประกอบไปดัวยผู้ต้องหา 4 คน คือ นายปิยะพงษ์ พงษ์ทอง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 บ้านท่าช้าง หมู่ 16 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, นายวิโรจน์ พรมดี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 บ้านท่าช้าง หมู่ 16 ต.หมูสี อ.ปากช่อง, นายเกรียงไกร พรมดี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 บ้านท่าช้าง ม.16 ต.หมูสี อ.ปากช่อง และ นายปกิติ รัตตะกูล อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365 บ้านท่าช้าง หมู่ 16 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาส่วนคนร้ายอีก 3 คนที่หลบหนีไปได้ คือ นายชุน พรมดี, นายชาลี พรมดี และ นายบูรณ์ พรมดี ลูกชายนายชุน เป็นชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว สำหรับการจับกุมแก๊งดังกล่าวนี้สามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก ประกอบด้วย สายไฟฟ้าสีดำขนาดใหญ่ 39 เมตร (สายไฟฟ้าใต้ดิน), สายไฟฟ้าสีขาว ฟ้า ดำ แดง จำนวน 2 ม้วน 8 เส้น, คีมตัดสายไฟฟ้าขนาดใหญ่, อีเตอร์สำหรับขุดพื้นหิน, ท่อแป๊ป, มีดพร้า, มีดคัตเตอร์, เหล็กเส้นเป็นรูปขอเกี่ยว, รถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 2 คัน, เต็นท์นอน 1 หลัง และ มีดปลายแหลมทำจากใบเลื่อยตัดเหล็ก คิดเป็นมูลค่าสายไฟฟ้าที่คนร้ายตัดไปไม่น้อยกว่า 100,000 บาท โดยพฤติกรรมกลุ่มคนร้ายซึ่งมีประมาณ 7 คน ได้ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวกางเต็นท์นอนอยู่ข้างสันเขื่อนและส่วนหนึ่งกำลังทำการขุดดินเพื่อตัดสายไฟฟ้าในช่วงกลางคืนด้าน พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จะตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้ามายิงปืนใส่ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อหาตัวมาลงโทษ เนื่องจากทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวรู้จักกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างดี คาดว่าไม่ใช่คนร้ายในแก๊งลักสายไฟฟ้า หรือการยิงปะทะกันครั้งนี้อาจจะเกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งจะทำการสืบสวนต่อไป จากการตรวจปัสสาวะพบว่า กลุ่มคนร้ายที่ถูกจับกุมตัวทั้ง 4 คน มีสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) อยู่ในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา 2 ข้อหา คือ “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร (สายไฟฟ้า) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นการจัดกุม และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันที่
19 เมษายน 2551
มอบเงิน 41 ล้าน ช่วยเหลือเกษตรกร
รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ มอบเงิน 41 ล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 นายสมพัตร แก้วพิจิตร รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานมอบเอกสารหนังสือสำคัญรับเงิน(กษ.04) ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยอุทกภัย ปี 2550 และมอบนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา จากอิทธิพลของ พายุเลกิมา ส่งผลให้เกิดผลตกหนักอย่างต่อเนื่อง ช่วงปลายเดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2550 ในพื้นที่ 28 อำเภอ 211 ตำบล 1,839 หมู่บ้าน เกษตรกร 55,547 ราย มีพื้นที่ นาข้าว พืชไร่ และพืชสวน รวม 524,459 ไร่ ได้รับความเสียหาย จังหวัดนครราชสีมา ได้เสนอของบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์ดังกล่าวไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 303,468,031.16 บาท โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ได้ประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ประสานอำเภอ แจ้งเกษตรกรให้มารับเงินช่วยเหลือ ซึ่งได้กำหนดแผนการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน โดยในวันนี้ ฯพณฯรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบเอกสารหนังสือสำคัญรับเงิน (กษ.04) ให้เกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอโนนสูง 7,854 ราย ที่พื้นที่เสียหายรวม 82,048.50 ไร่ เป็นจำนวนเงิน 41,599,785.50 บาท เพื่อให้เกษตรกรนำไปติดต่อรับเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ต่อไป นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันเชื่อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภาวะขาดแคลนพลังงาน กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนผลิตพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งจัดตั้งคณะอนุกรรมการผลิตพืชพลังงานทดแทน เพื่อดูแลและส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานสำหรับรองรับอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานทดแทน ตลอดจนสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชพลังงานทดแทน โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่เพิ่มสูงและสามารถทดแทนภาวะน้ำมันดีเซลที่มีผลกระทบโดยตรงต่อภาคการขนส่งสินค้าและการอุปโภคบริโภคทั้งประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์พัฒนาปาล์มน้ำมัน ส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกปีละกว่า 5,000 ไร่ ในภาคใต้และภาคตะวันออก เนื่องจากมีภูมิอากาศ ภูมิประเทศเหมาะสม โดยให้จังหวัดกระบี่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร ขณะเดียวกัน ทางภาครัฐก็ยังได้เชิญชวนทางภาคเอกชนเข้ามาลงทุนการผลิตเอทานอล และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากพืชพลังงาน เพื่อสร้างทางเลือกให้กับประเทศไทยในอนาคต เนื่องจากช่วงปี 2550-2551 ความนิยมในการใช้แก็สโซฮอล์ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งสิ้น 45 ราย ผลผลิตส่วนใหญ่จะมาจากอ้อยและมันสำปะหลัง โดยกิจการผลิตเอทานอลสำหรับเชื้อเพลิงนั้น ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 32 โครงการ และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเอทานอลยังคงเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตแก็สโซฮอล์ 91 และ 95 ประกอบกับการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณความต้องการ เอทานอลเพิ่มขึ้นเพื่อการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง วันละ 2.5 ล้านลิตร รวมถึงยังเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเชื้อเพลิง E10 และ E20 ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในเวลานี้ ดังนั้น โดยภาพรวมแล้วอุตสาหกรรมเอทานอลและไบโอดีเซลทั้งวงจรจะเป็นสิ่งที่ภาครัฐส่งเสริม เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบในปริมาณที่สูงในอนาคต กระทรวงเกษตรฯ จะทำการสำรวจและจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกพืชพลังงานแต่ละชนิดให้มีความเหมาะสมและทำการวิจัยถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการให้แก่เกษตรกร เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิตต่อไร่ควบคู่กันไป รวมถึงวางแผนการปลูกอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการปลูกเพื่อผลิตพลังงานทดแทนและการผลิตเพื่อเป็นอาหาร โดยจะดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากภาคการผลิตทั้งสองฝั่งมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ
โคราชโพสต์รายวัน ข่าวประจำวันที่
20 เมษายน 2551
สุรวุฒินำทีมชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรี
สุรวุฒินำทีมชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรี เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2551 แหล่งข่าวในเทศบาลนครนครราชสีมาเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และสมาชิกสภาเทศบาลนครราชสีมา (ส.ท.) อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551 ว่า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เทศบาล ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทหารทำการนับคะแนนตลอดทั้งคืน และรวบรวมคะแนนแล้วเสร็จทั้งหมดเมื่อเวลา 03.00 น.ของวันที่ 20 เมษายน 2551 ผลปรากฏว่า ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง คือ นายสุรวุฒิ เชิดชัย ผู้สมัครนายกเทศมนตรีฯ หมายเลข 4 กลุ่ม “ประสานมิตรก้าวหน้า” ได้คะแนน 27,113 คะแนน ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ คะแนนอันดับ 2 คือ รศ.ดร.ชายชัย อินทรประวัติ ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 2 กลุ่ม “โคราชชาติพัฒนา” ที่สนับสนุนโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ มี พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภรรยา เป็นประธานที่ปรึกษากลุ่ม ได้คะแนน 15,467 คะแนน ส่วนอันดับที่ 3 ทพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี อดีตประธานกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย กลุ่ม “มดเมือง” พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 3 ได้คะแนน 8,049 คะแนน อันดับที่ 4 นายรัฐประทีป กีรติอุไร ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 1 กลุ่ม “ชาวโคราช” ได้คะแนน 1,610 คะแนน และ อันดับที่ 5 นายศุภกิจ ตั้งสิทธิประเสริฐ ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 5 ได้คะแนน 178 คะแนน สำหรับผลนับคะแนนการเลือกตั้ง ส.ท.ปรากฏว่า “กลุ่มประสานมิตรก้าวหน้า” ที่มี นายสุรวุฒิ เชิดชัย เป็นหัวหน้ากลุ่ม หมายเลข 19-24 ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1-6 ยกทีมทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ซึ่งแต่ละเขตเลือกตั้งมี สท.ได้ 6 คน รวมทั้งหมด 24 คน ผลคะแนนมีดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายธนาคม วิมลวัตรเวที ได้ 4,292 คะแนน, นายมติ อังศุพันธุ์ ได้ 4,049 คะแนน, น.ส.ปิยภรณ์ คงศักดิ์ตระกูล ได้ 4,132 คะแนน, นายพงษ์พันธ์ ลีสัมพันธ์ ได้ 3,934 คะแนน, นายชลชาติ ตันจินดาประทีป ได้ 3,935 คะแนน และ นายศุภโชค นันทคุณาธิป ได้ 3,809 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 2 นายปรีชา สุขพาณิช ได้ 5,427 คะแนน, นายอำนาจ หลาวทอง ได้ 5,284 คะแนน, นางกานต์พิชชา เตรนาวิทย์ ได้ 5,331 คะแนน, นายสุพจน์ ไทยสมัคร ได้ 5,231 คะแนน, นายสุรชัย เลี้ยงอักษร ได้ 5,170 คะแนน และ นายบุญส่ง พลศักดิ์ ได้ 5,022 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 3 นายสมชาย สถิตเดชกุญชร ได้ 5,689 คะแนน, นายเศรษฐกิจ ทับทิมธงไชย ได้ 5,632 คะแนน, นายระพิ ทิมอุดม ได้ 5,606 คะแนน, นายสรสิทธิ์ เฉลิมมุขนันท์ ได้ 5,480 คะแนน, นายสมเกียรติ อินทรานุปกรณ์ ได้ 5,317 คะแนน และ นายบำรุง เจริญพจน์ ได้ 5,081 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 4 นายคล้าย เพชรสูงเนิน ได้ 5,583 คะแนน, นายปิติพงศ์ พราหมณี ได้ 5,546 คะแนน , นายฉัตร สุภัทรวาณิชย์ ได้ 5,566 คะแนน, น.ส.สุกัญญา ชำนิกุล ได้ 5,495 คะแนน, นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งสิทธิประเสริฐ ได้ 5,340 คะแนน และนายสุรพจน์ หล่อธราประเสริฐ ได้ 5,237 คะแนน สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และสมาชิกสภาเทศบาลนครราชสีมา ของเทศบาลนครนครราชสีมา ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้นแต่อย่างใด และมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 55% ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 101,876 คน ซึ่งจากนี้ทางเทศบาลจะรายงานผลการเลือกตั้งทั้งหมดให้กับ คณะกรรมการการเ