Tel.08-3376-8775 email


 

 

รถทัวร์ประสานงากระบะ ดับคาที่4รายบาดเจ็บเพียบ

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. (11 มี.ค.2550) เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ สายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ ชนประสานงากับรถยนต์กระบะ บริเวณถนนมิตรภาพขาออก หน้าวิทยาลัยการอาชีพปากช่อง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน ทบ-2008 นครราชสีมา ชนกับรถยนต์กระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง-9034 นครราชสีมา และรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ หมายเลขทะเบียน 10-1858 ชัยภูมิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น จำนวน 4 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ สันนิฐานว่า รถทัวร์คันดังกล่าวได้ขับชนท้ายรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บง-9034 ก่อนจะเสียหลักตกลงข้างทาง ทำให้รถกระบะที่มีผู้โดยสารเป็นชายนั่งมาด้วยกัน 4 คน เสียชีวิตทั้งคัน

 

เปิดงาน "ขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน

นายกฯเยือนโคราช เผยไม่เคยคิดถอดใจในหน้าที่ เมื่อวันที่9 มี.ค.2550 (เวลา 15.30) น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน "ขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข" พร้อมมอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันทุกตำบลของ จังหวัด.นครราชสีมา โดยมีนายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเหล่าข้าราชการ และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 500 คน เข้าร่วมประชุมที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มุ่งเน้นการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน โดยการที่จะทำอะไรต้องมีเหตุผล มีความพอดี มีความยุติธรรม จึงอยากให้เหล่าข้าราชการ และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน และปลูกฝังให้เป็นอุดมการณ์และค่านิยมอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญที่ข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นจะต้องเร่งดำเนินการอีกประการหนึ่งคือ การสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองและประเทศชาติ จ.นครราชสีมา ก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่จะต้องให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการในเรื่องนี้เช่นกัน ต่อมา พล.อ.สุรยุทธ์ ได้เดินเยี่ยมชมบูทการจัดงานบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาและขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยต่อประชาชนชาวโคราชที่เดินมาร่วมงานจำนวนกว่า 2,000 คน และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการแบ่งงานภายหลังได้รัฐมนตรีใหม่ ว่า ขอให้รองนายกรัฐมนตรีไปประชุมกันก่อน จากนั้น ค่อยมาคุยกับตนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธกรณีมีการระบุว่าเตรียมแบ่งงานรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีใหม่ โดยให้คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ มาดูแลสื่อ แทนนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด รอให้รองนายกรัฐมนตรี ทั้ง 2 คน คุยกับรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้การดูแลของทั้ง 2 คน ให้ชัดเจนเสียก่อน จึงจะได้แนวทางออกมาเป็นภาพรวม

ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

สศก. แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมรับมือปัญหาภัยแล้ง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 เตือนเกษตรกรระวังพืชผลทางการเกษตรบางส่วนอาจได้รับความเสียหาย เหตุเพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอ คาดปีนี้มีแนวโน้มเกิดภัยแล้งเร็วกว่าทุกปี ย้ำเกษตรกรให้ใช้น้ำเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น วอนเกษตรกรพิจารณาเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยในท้องที่ที่คาดว่ามีน้ำพอเพียงตลอดช่วงฤดูปลูก เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำ นายอุดม สิทธิเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 (สศข.5) จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นเดือนที่เปลี่ยนจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน แต่ในตอนเช้ายังคงมีอากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกฉียงเหนือ เนื่องจากจะมีความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะ ๆ ทำให้อุณหภูมิโดยทั่วไปลดต่ำลงในเวลากลางคืน ส่วนในตอนกลางวันอากาศจะร้อนอบอ้าวทั่วไป ทางด้านการเพาะปลูกการเกษตรในช่วงเวลานี้ อาจจะได้รับความเสียหายเป็นบางส่วน เนื่องจากปริมาณน้ำ มีไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยจะมีผลกระทบกับข้าวนาปรังและพืชไร่บางชนิดที่ต้องการปริมาณน้ำในช่วงของการออกดอกและแตกกอ เพราะพืชมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในภาวะปัจจุบันปริมาณน้ำมีจำนวนลดน้อยลง และมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเกิดภัยแล้งเร็วขึ้นกว่าทุกปี นายอุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะการเกิดภัยแล้งโดยทั่ว ๆ ไปมักจะเกิดขึ้น 2 ช่วง ช่วงแรกคือ ฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม อีกช่วงหนึ่งคือ ฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ในช่วงของกลางฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม จะเกิดความแห้งแล้ง เนื่องจากมีฝนตกทิ้งช่วงเกิดขึ้นประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หรืออาจถึง 1 เดือน ปริมาณฝนในช่วงนี้จะลดลง ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเพาะปลูกพืช ทำให้พืชขาดน้ำ เหี่ยวเฉาและตายไปในที่สุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรให้เตรียมรับมือกับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ทั้งทางด้านการอุปโภคบริโภค รวมทั้งด้านการเกษตรด้วย โดยขอให้เกษตรกรพิจารณาเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ในท้องที่ที่คาดว่ามีน้ำพอเพียงตลอดช่วงฤดูปลูก เพื่อให้ปริมาณน้ำมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่

แนะนำการทำแก๊สชีวภาพ ทางเลือกใหม่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง

เกษตรอำเภอเมืองนครราชสีมา แนะนำการทำแก๊สชีวภาพ ทางเลือกใหม่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง นายอนุสรณ์ ฉมารัตน์ เกษตรอำเภอเมืองนครราชสีมา แนะนำการทำก๊าซชีวภาพ ก๊าซชีวภาพ คืออะไร ก๊าซชีวภาพ คือ ก๊าซที่เกิดจากมูลสัตว์ หรือสารอินทรีย์ต่างๆ ถูกย่อยสลายโดยเชื้อจุลินทรีย์ในสภาพไม่มีอากาศ ทำให้เกิดก๊าซขึ้น ซึ่งก๊าซที่เกิดขึ้นเป็นก๊าซที่ผสมกันระหว่างก๊าซชนิดต่างๆได้แก่ มีเทน (CH4) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไนโตรเจน (N2) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แต่ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้ ทำไมถึงต้องมีก๊าซชีวภาพ บ่อก๊าซชีวภาพ สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากรักษาสภาพแวดล้อมแล้วยังได้ก๊าซชีวภาพมาเป็นแหล่งพลังงานในการหุงต้ม และให้แสงสว่างในครัวเรือนซึ่งจะช่วยให้ประหยัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง บ่อก๊าซชีวภาพยังให้ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้ปรับปรุงดินเพิ่มผลผลิตพืชได้อีกด้วย หรือนำมาใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพใช้ปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น ทำให้ลดการขาดดุลทางการค้าในการสั่งปุ๋ยจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง

เปิดโรงเรือนผักไร้ดิน

เปิดโรงเรือนผักไร้ดิน เก็บกิน ชิมความหวาน กรอบ ที่ขามทะเลสอ เมืองโคราช นายสนิท ปังเกตุ เกษตรกรหัวก้าวหน้าชาวบ้านพวงพยอม ตำบลขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ประสบผลสำเร็จปลูกผักไร้ดินหรือไฮโดรโปรนิกส์ เปิดโรงเรือน ให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมพร้อมเปิดจำหน่ายผักปลอดภัยจากสารพิษ ถึงโรงเรือน โดยผู้สนใจสามารถ เที่ยวชมผลผลิต และชิมความหวาน กรอบ อร่อย โดยได้รับรองมาตรฐานจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 อุบลราชธานี กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสนิท ปังเกตุ ใช้พื้นที่ 1 งาน รอบบริเวณบ้าน สร้างโรงเรือนที่ใช้วัสดุท้องถิ่น ทำจากไม้ไผ่ และรางน้ำจากฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ไม่ใช้แล้วทำเป็นรางน้ำสำหรับหล่อเลี้ยงต้นผัก เน้นการปลูกผักที่นิยมบริโภคในท้องถิ่น เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดหอม และอื่น ราคาเริ่มต้นที่ กิโลกรัมละ 20 ถึง 100 บาท เพื่อให้คนในชุมชนได้บริโภคผักที่ปลอดภัยราคาไม่แพง ผู้สนใจติดต่อ นายสนิท ปังเกตุ โทร. 0-1074-2284 หรือ สำนักงานเกษตรอำเภอขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โทร. 044-397185


โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน

ข่าวประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะ ส่งน้ำช่วยเหลือภัยแล้ง นอกเขตภาคเกษตรกรรม นายจักรกฤษ์ แจ้งกรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะ เปิดเผยว่าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะ ได้ส่งน้ำนอกนอกภาคเกษตรกรรม เพื่อช่วยเหลือภัยแล้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่ออุตสาหกรรม และเพื่อการรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำเดิม โดยส่งเข้าสู่ลำธรรมชาติซึ่งอ่างเก็บน้ำลำแชะได้ส่งน้ำลงลำแชะ มีระยะทาง 41 กิโลเมตร และอ่างเก็บน้ำมูลบนได้ส่งน้ำลงลำมูลเพื่อช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศน์ตามสองฝั่งลำน้ำโดยได้ส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 คิดเป็นปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำมูลบน จำนวน 4.42 ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำแชะ จำนวน 4.14 ลบ.ม.รวมทั้งสองอ่างเก็บน้ำเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8.56 ลบ.ม. มากว่าแผนที่จัดสรรไว้ เนื่องจากสภาพในลำน้ำมีลักษณะตื่นเขินเป็นช่วง ๆ และมีฝายทดน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่มีท่อระบายน้ำด้านท้ายทำให้ต้องสูญเสียน้ำ เป็นจำนวนมาก และโครงการฯ มีแผนงานที่จะปรับปรุงอาคารต่าง ๆในลำน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะ เปิดเผยด้วยว่าในการส่งน้ำนอกภาคเกษตรกรรม ได้รับความร่วมมือจากประชาชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และโรงงานอุตสาหกรรมโดยสามารถบรรลุตามเป้าหมายได้ผลเป็นอย่างดี ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำมูลบน ในวันที่ 1 มีนาคม 2550 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 118.01 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 84% ของความจุที่ระดับเก็บกัก และอ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำ 210.21 ล้าน ลบ.ม. หรือ คิดเป็น 76% ของความจุที่ระดับเก็บกัก ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ได้วางแผนการควบคุมไว้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะได้เริ่มการส่งน้ำฤดูแล้งปี 2550 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 โดยได้มีพื้นที่ทำการเกษตรแล้ว ประมาณ 100% ของแผนการเพาะปลูกตามที่ได้วางแผนร่วมกัน คือ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 64,597 ไร่และพืชไร่-พืชผัก 4,259 ไร่ แต่คาดว่า จะมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติมมากกว่าแผนที่วางไว้ ข่าวประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2550 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน - ลำแชะ ส่งน้ำช่วยเหลือภัยแล้ง นอกเขตภาคเกษตรกรรม นายจักรกฤษ์ แจ้งกรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน - ลำแชะ เปิดเผยว่าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน - ลำแชะ ได้ส่งน้ำนอกนอกภาคเกษตรกรรม เพื่อช่วยเหลือภัยแล้งเพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่ออุตสาหกรรม และเพื่อการรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำเดิม โดยส่งเข้าสู่ลำธรรมชาติซึ่งอ่างเก็บน้ำลำแชะได้ส่งน้ำลงลำแชะ มีระยะทาง 41 กิโลเมตร และอ่างเก็บน้ำมูลบนได้ส่งน้ำลงลำมูลเพื่อช่วยเหลือการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศน์ตามสองฝั่งลำน้ำโดยได้ส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 คิดเป็นปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำมูลบน จำนวน 4.42 ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำแชะ จำนวน 4.14 ลบ.ม.รวมทั้งสองอ่างเก็บน้ำเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 8.56 ลบ.ม. มากว่าแผนที่จัดสรรไว้ เนื่องจากสภาพในลำน้ำมีลักษณะตื่นเขินเป็นช่วง ๆ และมีฝายทดน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่มีท่อระบายน้ำด้านท้ายทำให้ต้องสูญเสียน้ำ เป็นจำนวนมาก และโครงการฯ มีแผนงานที่จะปรับปรุงอาคารต่าง ๆในลำน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป ผู้อำนวยการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน - ลำแชะ เปิดเผยด้วยว่าในการส่งน้ำนอกภาคเกษตรกรรม ได้รับความร่วมมือจากประชาชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และโรงงานอุตสาหกรรมโดยสามารถบรรลุตามเป้าหมายได้ผลเป็นอย่างดี ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำมูลบน ในวันที่ 1 มีนาคม 2550 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 118.01 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 84% ของความจุที่ระดับเก็บกัก และอ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำ 210.21 ล้าน ลบ.ม. หรือ คิดเป็น 76% ของความจุที่ระดับเก็บกัก ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ได้วางแผนการควบคุมไว้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน - ลำแชะได้เริ่มการส่งน้ำฤดูแล้งปี 2550 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 โดยได้มีพื้นที่ทำการเกษตรแล้ว ประมาณ 100% ของแผนการเพาะปลูกตามที่ได้วางแผนร่วมกัน คือ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 64,597 ไร่และพืชไร่-พืชผัก 4,259 ไร่ แต่คาดว่า จะมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติมมากกว่าแผนที่วางไว้


ประธานคมช.มั่นใจส่วนใหญ่หนุนรองผู้ว่าด้านความมั่นคง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2550 (14.20 น.) พล.อ.สนธิ เป็นประธานพิธีเนื่องในวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ ประจำปี 2550 ที่สนามกีฬากลางกองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี พล.ท.สุเจตน์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผอ.รมน. ภาค 2 พร้อมด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ภาค 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ และพลังมวลชน เข้าร่วมพิธี หลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ประธาน เปิดเผยถึง กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การเสนอให้มีตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายความมั่นคงเป็นการสืบทอดอำนาจ ว่า ความจริงเรื่องนี้คนส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะไม่ได้ไปยุ่งกับการบริหารงานของทางผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ให้เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทางทหาร กับหน่วยทหารในพื้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะภัยคุกคามมีหลายรูปแบบ จะได้ช่วยกันทำงาน ต้องเดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นงานของการรักษาความมั่นคงภายใน ไม่มีอะไรแอบแฝง และไม่ได้ทำเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จะดำเนินการทั่วไปทุกจังหวัด ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องพิจารณาอีกครั้ง และการตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้เป็นการจับผิดผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับแนวคิดตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายทหาร มาดูแลความมั่นคง เป็นความพยายามใช้คำศัพท์เดิมเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วคือตำแหน่ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ที่มีหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มี ผอ.รมน. กับ กองทัพ ไม่ใช่การเข้าไปมีอำนาจของทหาร หรือเป็นการหาตำแหน่งให้ทหารระดับนายพล หรือนายพัน ตามที่มีการระบุ เนื่องจากขณะนี้กองทัพถูกลดอัตรากำลังพลลงร้อยละ 25 จึงไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังตรงนี้ได้ และไม่ใช่ความหวาดระแวงฝ่ายพลเรือนแต่อย่างใด ยืนยันว่าเท่าที่ลงพื้นที่มาผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย กปภ.ลดค่าติดตั้งประปา 15% เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ให้สำนักงานประปาในสังกัดทั่วประเทศที่มีกำลังผลิตเพียงพอ เข้าร่วมโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% แก่ประชาชนที่ประสงค์จะติดตั้งประปาในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 30 มิถุนายน 2550 นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 การประปาส่วนภูมิภาค นอกจากจะเข้าร่วมเฉลิมพระเกียรติ ในโครงการเติมใจให้กันเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด "เติมใจให้แก่กัน ปันสุขสู่สังคม" โดยสำนักงานประปาทุกแห่งทั่วประเทศจะออกพบประชาชนเพื่อตรวจสุขภาพระบบประปาภายในบ้านของประชาชนฟรี ตลอดทั้งปี 2550 แล้ว ในโอกาสที่ กปภ.ครบรอบ 28 ปี วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 สำนักงานประปาในสังกัดทั่วประเทศที่มีกำลังผลิตเพียงพอ ยังดำเนินโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% ให้แก่ประชาชนที่มาขอติดตั้งมาตรวัดน้ำขนาด ½ นิ้ว และ ¾ นิ้ว ในระยะเหมาจ่ายนับจากท่อเมนจ่ายน้ำประปาของ กปภ.ไม่เกิน 10 เมตร (ไม่รวมถึงส่วนวางท่อภายใน) ดังนั้น หากประชาชนชำระเงินค่าติดตั้งระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 30 มิถุนายน 2550 จะได้รับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปา 15% ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริการของ กปภ.ได้มีโอกาสใช้น้ำประปาที่สะอาดอย่างทั่วถึง โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานประปาในพื้นที่ ทั้งโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% เฉลิมพระเกียรติและ โครงการเติมใจให้กันเฉลิมพระเกียรติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคล ซึ่งความเอื้ออาทรที่คนไทยมีให้แก่กันนี้ คาดว่าจะสามารถเสริมสร้างคุณประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง กปภ.ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค จึงเข้าร่วมโครงการ "กรมทรัพย์ฯ-กฟภ.-ปตท.-กปภ.-ทบ. ร่วมใจสู้ภัยแล้ง" ประจำปี 2550 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การประปาส่วนภูมิภาค และ กองทัพบก โดย กปภ.จะให้การสนับสนุนน้ำประปาฟรีให้กับรถบรรทุกน้ำของกองทัพบก เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารในช่วงเวลาการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 31 กรกฎาคม 2550 โดยในเดือนเมษายนนี้ การประปาส่วนภูมิภาคจะเสนอคณะรัฐมนตรี ขอขึ้นค่าน้ำประปาลิตรละ 1 สตางค์ จากลูกบาศก์เมตรละ 11 บาท 75 สตางค์ เป็น 15 บาท 28 สตางค์ ซึ่งจะไม่กระทบผู้ใช้น้ำทั่วไป เนื่องจากจะเรียกเก็บอัตราใหม่กับผู้ใช้น้ำเกินเดือนละ 30 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป แต่จะกระทบต่อภาคธุรกิจ ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การประปาไม่ได้ปรับขึ้นราคาค่าน้ำมาเป็นเวลาประมาณ 8 ปีแล้ว ทำให้การประปาต้องแบกรับภาระส่วนต่างค่าน้ำประปาและต้องกู้เงินรัฐบาลขายเป็นพันธบัตร กว่า 20,000 ล้านบาท


วันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาต

ระธานคมช.มั่นใจส่วนใหญ่หนุนรองผู้ว่าด้านความมั่นคง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2550 (14.20 น.) พล.อ.สนธิ เป็นประธานพิธีเนื่องในวันสถาปนาไทยอาสาป้องกันชาติ ประจำปี 2550 ที่สนามกีฬากลางกองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี พล.ท.สุเจตน์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผอ.รมน. ภาค 2 พร้อมด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ภาค 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ และพลังมวลชน เข้าร่วมพิธี หลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ประธาน เปิดเผยถึง กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์การเสนอให้มีตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายความมั่นคงเป็นการสืบทอดอำนาจ ว่า ความจริงเรื่องนี้คนส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะไม่ได้ไปยุ่งกับการบริหารงานของทางผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ให้เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทางทหาร กับหน่วยทหารในพื้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะภัยคุกคามมีหลายรูปแบบ จะได้ช่วยกันทำงาน ต้องเดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นงานของการรักษาความมั่นคงภายใน ไม่มีอะไรแอบแฝง และไม่ได้ทำเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จะดำเนินการทั่วไปทุกจังหวัด ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องพิจารณาอีกครั้ง และการตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้เป็นการจับผิดผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับแนวคิดตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายทหาร มาดูแลความมั่นคง เป็นความพยายามใช้คำศัพท์เดิมเพื่อให้เกิดความเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วคือตำแหน่ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ที่มีหน้าที่ประสานงานระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มี ผอ.รมน. กับ กองทัพ ไม่ใช่การเข้าไปมีอำนาจของทหาร หรือเป็นการหาตำแหน่งให้ทหารระดับนายพล หรือนายพัน ตามที่มีการระบุ เนื่องจากขณะนี้กองทัพถูกลดอัตรากำลังพลลงร้อยละ 25 จึงไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังตรงนี้ได้ และไม่ใช่ความหวาดระแวงฝ่ายพลเรือนแต่อย่างใด ยืนยันว่าเท่าที่ลงพื้นที่มาผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย กปภ.ลดค่าติดตั้งประปา 15% เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ให้สำนักงานประปาในสังกัดทั่วประเทศที่มีกำลังผลิตเพียงพอ เข้าร่วมโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% แก่ประชาชนที่ประสงค์จะติดตั้งประปาในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 30 มิถุนายน 2550 นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 การประปาส่วนภูมิภาค นอกจากจะเข้าร่วมเฉลิมพระเกียรติ ในโครงการเติมใจให้กันเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด "เติมใจให้แก่กัน ปันสุขสู่สังคม" โดยสำนักงานประปาทุกแห่งทั่วประเทศจะออกพบประชาชนเพื่อตรวจสุขภาพระบบประปาภายในบ้านของประชาชนฟรี ตลอดทั้งปี 2550 แล้ว ในโอกาสที่ กปภ.ครบรอบ 28 ปี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา สำนักงานประปาในสังกัดทั่วประเทศที่มีกำลังผลิตเพียงพอ ยังดำเนินโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% ให้แก่ประชาชนที่มาขอติดตั้งมาตรวัดน้ำขนาด ½ นิ้ว และ ¾ นิ้ว ในระยะเหมาจ่ายนับจากท่อเมนจ่ายน้ำประปาของ กปภ.ไม่เกิน 10 เมตร (ไม่รวมถึงส่วนวางท่อภายใน) ดังนั้น หากประชาชนชำระเงินค่าติดตั้งระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 30 มิถุนายน 2550 จะได้รับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งประปา 15% ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริการของ กปภ.ได้มีโอกาสใช้น้ำประปาที่สะอาดอย่างทั่วถึง โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานประปาในพื้นที่ ทั้งโครงการลดค่าติดตั้งประปา 15% เฉลิมพระเกียรติและ โครงการเติมใจให้กันเฉลิมพระเกียรติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคล ซึ่งความเอื้ออาทรที่คนไทยมีให้แก่กันนี้ คาดว่าจะสามารถเสริมสร้างคุณประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชาติ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง กปภ.ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค จึงเข้าร่วมโครงการ "กรมทรัพย์ฯ-กฟภ.-ปตท.-กปภ.-ทบ. ร่วมใจสู้ภัยแล้ง" ประจำปี 2550 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การประปาส่วนภูมิภาค และ กองทัพบก โดย กปภ.จะให้การสนับสนุนน้ำประปาฟรีให้กับรถบรรทุกน้ำของกองทัพบก เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารในช่วงเวลาการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 31 กรกฎาคม 2550 โดยในเดือนเมษายนนี้ การประปาส่วนภูมิภาคจะเสนอคณะรัฐมนตรี ขอขึ้นค่าน้ำประปาลิตรละ 1 สตางค์ จากลูกบาศก์เมตรละ 11 บาท 75 สตางค์ เป็น 15 บาท 28 สตางค์ ซึ่งจะไม่กระทบผู้ใช้น้ำทั่วไป เนื่องจากจะเรียกเก็บอัตราใหม่กับผู้ใช้น้ำเกินเดือนละ 30 ลูกบาศก์เมตรขึ้นไป แต่จะกระทบต่อภาคธุรกิจ ประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ การประปาไม่ได้ปรับขึ้นราคาค่าน้ำมาเป็นเวลาประมาณ 8 ปีแล้ว ทำให้การประปาต้องแบกรับภาระส่วนต่างค่าน้ำประปาและต้องกู้เงินรัฐบาลขายเป็นพันธบัตร กว่า 20,000 ล้านบาท

เมืองไทยจะเกิดปรากฎการณ์จันทรุปราคาคืนวันมาฆบูชา นายวรเชษฐ์ บุญปลอด นายท&