Tel.08-3376-8775 email Archive สารบรรณ
archive 2 สารบรรณ 2

Note: Other Thai language articles sometimes added by editor of Korat Post Online

 

 


ข่าวประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2550 โคราช ไกรศักดิ์ ระบุร่าง รธน.ปี 50 มีทั้งข้อดี ทั้งข้อเสีย นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต ส.ว.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังร่วมในงาน โคราชรวมใจ นำไทยสันติสุข ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดถึงเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้เป็นประชามติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตนอยากเรียกร้องเพื่อขอรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนคนไทยมาแสดงใช้สิทธิ์ของตัวเองว่าจะรับหรือไม่รับเป็นการคืนสู่สภาพประชาธิปไตยที่เร็วที่สุดต่อข้อถามถึงมีกระแสการใช้เงินเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมองอย่าไร นายไกรศักดิ์ฯ ตอบว่า อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะอัปยศ เราต้องมีการตรวจสอบกัน เพราะการที่จะปฏิเสธรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยใช้เงินตนว่ามันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะปฏิเสธที่จะรับอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรมอย่างรับไม่ได้ ตนเรียกร้องให้ประชาชนได้ร่วมมือร่วมใจกันประณาม ในการกระเช่นนี้ ต่อข้อถามถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านอ้างตลอดว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการณ์มองอย่างไร นายไกรศักดิ์ฯ ตอบว่า ถ้าดูตัวร่างแล้วมีทั้งข้อดี ทั้งข้อเสีย การตรวจสอบต่อผู้ที่จะเข้ามาบริหารประเทศชาติจะทำด้วยประชาชนง่ายขึ้นมาก ทั้งการตรวจสอบรัฐบาลทั้งในสภาและจากภาคประชาชนจะง่ายขึ้น แต่ร่างรัฐธรรมนูญก็มีจุดอ่อนก็คือทำให้เขตเลือกตั้ง สำหรับนักการเมืองยากขึ้น เขตที่กว้างขึ้นนักการเมืองจะต้องเป็นผู้ที่ประชาชนรู้จักจริงๆถึงจะได้รับการเลือกตั้ง นักการเมืองคนใดไม่มีผลงานจะหาเสียงยากมาก แต่อย่างไรก็ตามตนยังมองในด้านบวกมากกว่าด้านลบส่วนใหญ่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตอบข้อถามถึง มีกระแสออกมาว่ามีการจ่ายเงินซื้อตัวอดีต ส.ส.เข้าสังกัดคนละ 30 ล้านบาท มองอย่างไร นายไกรศักดิ์ฯ ตอบว่า อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะอัปยศ เราไม่ต้องการกลับเข้าไปสู่สภาพของประชาธิปไตยที่มาจากกองทุน มาจากบรรษัท มาจากเงิน แต่ว่าตนคิดว่าถ้า กกต. เจอหลักฐานชัดเจนน่าจะลงโทษได้แล้ว ถ้ามีการละเมิดกฏหมายกันถึงขนาดนี้แล้วน่าจะให้ใบแดงกันไปก่อนเลยก็ได้ แทนที่จะมาให้หรือมาจับจากการซื้อเสียงทีหลัง


๓๑ กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน

จังหวัดนครราชสีมา จัดการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเพื่อประชามติและพิธีรับมอบร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2550 นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเพื่อประชามติและพิธีรับมอบร่างรัฐธรรมนูญ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด นครราชสีมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ และประชาชน นักเรียน นักศึกษา กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ อสพป.เข้าร่วมงานกว่าหนึ่งพันคน สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย การเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ไปออกเสียงประชามติ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2550 จากสี่มุมเมือง, การมอบธงสัญลักษณ์งาน ของนายอำเภอ/ป.หน.กิ่ง อ.ให้ประธานในพิธี, การมอบร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายสุนทร จันทร์รังษี ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรังฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา/สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ประธาน, หน่วยสาธิตการออกเสียงประชามติ โดย กกต.จ.นครราชสีมา เป็นต้น


๓o กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน
บทบรรณาธิการ




๒๘ กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน
บทบรรณาธิการ

การพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

Readers: Please review background and hlep protect democracy and free speech in Thai universities.

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=8915&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai


๒๒ กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสาน

ข่าวประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 รมว.พาณิชย์ ชูธงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสาน รวมพลังรัฐ-เอกชนจัดงานใหญ่ คาดเงินหมุนเวียนสะพัด 60-70 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์เปิดเกมรุก จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครราชสีมา หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมบันเทิง ร่วมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการครั้งใหญ่รวมกว่า 800 คูหา ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2550 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา คาดมีประชาชนเที่ยวชมงานวันละไม่ต่ำกว่า 20,000 คน และมีเงินหมุนเวียนสะพัดในช่วงการจัดงาน 60-70 ล้านบาท ///ในการจัดงาน “มหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสาน” ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นประธานเปิดงาน และผู้บริหารจากค่ายเพลงต่างๆ อาทิ แกรมมี่ อาร์เอส และนพพร โปรโมชั่น แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด โดยมีคณะผู้บริหารของกระทรวงและสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ///การจัดงานครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการค้าจากภูมิภาค ขยายตลาดให้สินค้าที่ผลิตขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆของประเทศ อันจะเป็นการก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อทั้งผู้ซื้อ ผู้ผลิต และแรงงานในท้องถิ่น โดยกิจกรรมนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และต่อที่ภาคเหนือ ก่อนจะหมุนเวียนไปจัดยังภาคใต้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศ /// “งานมหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเป็นสื่อกลางนำผู้ซื้อและผู้ขายทั้งในภูมิภาคและต่างภูมิภาคมาพบกันเป็นการขยายเครือข่ายธุรกิจและตอบสนองความต้องการในการบริโภคของประชาชนในแต่ละภูมิภาค นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมด้านการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ครัวเรือน ทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเข้มแข็ง เมื่อเศรษฐกิจเข้มแข็งก็ก่อให้เกิดการบริโภคและการจ้างงานตามมาเป็นลูกโซ่ เป็นการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญรุดหน้าไป” /// นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมบันเทิงจากค่ายเพลงต่าง ๆและศิลปินท้องถิ่นให้ความเพลิดเพลินกับผู้ชมงานตลอดงาน จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคมาเที่ยวชมงานในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะได้ชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพของภาคอีสานกลับไปแล้ว ยังจะได้ชมกล้วยไม้สวยๆ และเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่เราจัดเตรียมไว้อีกด้วย ///งานนี้ กระทรวงพาณิชย์จะนำผู้ประกอบการทุกรายสินค้าไปจัดแสดงและจำหน่ายให้กับนักธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งจะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นที่ผ่านการคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและนักการตลาดระดับประเทศแล้ว หรือ OTOP Select จาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 600 คูหา และยังมีสินค้าดีจากจังหวัดชายแดนภาคใต้และสินค้าอาหารเด่นจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีก 100 คูหา นอกจากนั้นยังมีการจัด “ถนนสายเครื่องเงินและเครื่องประดับไทย” ซึ่งเป็นการออกร้านของผู้ผลิตเครื่องเงินและเครื่องประดับคุณภาพสินค้าส่งออกจากผู้ประกอบการชั้นนำ สินค้าอุปโภคบริโภคและผลผลิตทางการเกษตรนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ สินค้าบันเทิงที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องจำหน่ายในราคาเป็นธรรมทั้งเทป ซีดี ดีวีดีและวีซีดีสินค้าหมวดกันน็อค และการจำหน่ายประกันภัยแบบต่างๆ อีกทั้งยังมีการตั้งคูหาบริการให้คำแนะนำในการบริหารและพัฒนาธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งขนาดเล็กในภูมิภาค ///ผู้สนใจสามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพและร่วมกิจกรรมต่างๆ พร้อมชมคอนเสิร์ตโดยศิลปินจากค่ายเพลงดัง อาทิ แกรมมี่ อาร์เอส และนพพร โปรโมชั่น แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด งาน “มหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสาน” เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2550 ระหว่างเวลา 10.00น.-22.00น.ณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาทั้งนี้จะมีน้ำผลไม้ให้ชิมฟรีตลอดงาน

 

 


๒๓ กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน

ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต

ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และร่วมหล่อเทียนพรรษาเพื่อถวายวัดภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ภาคกลางคืน ณ บริเวณเวทีสนามหน้าศาลากลาง ชมการแสดงดนตรีจากโรงเรียนมัธยมด่านขุนทด ซึ่งได้รับรางวัลแชมป์ภาคฤดูหนาว จากรายการชิงช้าสวรรค์ ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. นอกจากนั้นยังมีศิลปินชาวโคราช โบว์ ชมพู กับอัลบั้ม ให้ระวังคนมีอายุ พร้อมด้วยอติเทพ ชนะกิจ และบุญหลง เที่ยงคืน จากค่ายอาร์สยาม วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2550 เวลา 10.30 น. นายกเทศมนตรี, คณะผู้บริหารเทศบาลฯ ,ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันถวายเทียนพรรษาให้แก่วัดต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลฯ ทั้ง 6 วัด ได้แก่ วัดป่าจิตตสามัคคี,วัดบูรพ์,วัดสมอราย,วัดสุสาน, วัดพายัพและวัดสามัคคี เวลา 13.00 น. นายกเทศมนตรีฯพร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ พนักงานเทศบาลและคุ้มวัด,สถาบันการศึกษา,ชุมชนและประชาชน ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษาซึ่งจะเคลื่อนไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาลฯ โดยในปีนี้ทางเทศบาลฯได้จัดอัฒจรรย์สำหรับให้ประชาชนนั่งชมขบวนแห่เทียนพรรษา บริเวณถนนสุรนารีตัดถนนราชดำเนินด้วย เวลา 17.00 น. ได้รับเกียรติจาก นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัย พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ และมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดทุกประเภท เวลา 19.00 น. พบกับการ แสดงดนตรีลูกทุ่งจากโรงเรียนบัวใหญ่ ,โรงเรียนบุญวัฒนา และศิลปินดารา นักร้อง รับเชิญอีกมากมาย ณ บริเวณเวทีสนามหน้าศาลากลาง เทศบาลนครนครราชสีมา ขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวโคราช และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมสื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2550 ณ บริเวณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ตามวัน และเวลา ดังกล่าว สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักการศึกษา ฝ่ายส่งเสริมศาสนาและวัฒนธรรม เทศบาลนครนครราชสีมา หรือ หมายเลขโทรศัพท์ 044 – 242007, 242959 ต่อ 1534 สุวรรณี พรมประสิทธิ์ / ข่าว บุญมี เดชาวุธ / ตรวจ


9 กรกฎาคม 2550
โคราชโพสต์รายวัน


ชื่นชมเมืองย่าโม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “อยู่ดีมีสุข”

หมอมงคล ชื่นชมเมืองย่าโม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “อยู่ดีมีสุข” ไปโลด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2550 นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางติดตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของรัฐบาล ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ จากนายประชา จิตสุทธิผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาที่ศาลากลางจังหวัด นายแพทย์มงคล กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้ติดตามตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชน และรับฟังปัญหาอุปสรรคการทำโครงการตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ว่ามีปัญหาใดบ้าง เพื่อรับไปแก้ไขปรับปรุงในระดับนโยบาย ให้สามารถปฏิบัติได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ซึ่งหัวใจหลักของยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขนี้ มุ่งเน้นให้ชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน โดยรัฐเป็นฝ่ายจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เปรียบเสมือนเป็นน้ำมันหล่อลื่น ในงวดแรกเป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โดยใช้แผนของชุมชนเองเป็นเครื่องมือดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการพัฒนาและสร้างโอกาสให้ชุมชน ด้านการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน ด้านการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส และด้านการจัดบริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน เพื่อให้สังคมไทยมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตัวเอง พ้นจากความยากจน ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาสังคม รวมทั้งปัญหายาเสพติดได้ด้วย สำหรับจังหวัดนครราชสีมา มี 3,712 หมู่บ้าน 3,801 ชุมชน ประชาชน 2 ล้านกว่าคน มีแผนพัฒนาชุมชนภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ทั้งหมด 1,891 โครงการ ได้รับงบประมาณ 94 ล้านบาท ประกอบด้วยแผนงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง 870 โครงการ เช่น โครงการเกษตรยังชีพ โครงการพัฒนาคุณภาพข้าว การส่งเสริมข้าวพันธุ์ดี โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพราะส่วนใหญ่ประชาชนมีอาชีพการเกษตร งบประมาณ 48 ล้านบาทเศษ แผนงานด้านการพัฒนาและการสร้างโอกาส 704 โครงการ เช่น โครงการส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ งบ 28 ล้านบาทเศษ แผนงานฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน 159 โครงการ เช่น โครงการปลูกป่าชุมชน การดูแลไฟป่า งบ 10 ล้านบาทเศษ แผนงานสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุในชุมชน 34 โครงการ งบประมาณ 1 ล้านบาทเศษ และแผนงานบริการพื้นฐานในชุมชน 124 โครงการ เช่นการฝึกอบรมอาชีพ งบประมาณเกือบ 6 ล้านบาท จากการรับฟังการดำเนินงานของจังหวัด สามารถบูรณาการโครงการต่างๆ เข้ากับแผนของจังหวัดได้เป็นอย่างดี น่าชื่นชมมากและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่พื้นที่อื่นๆ มั่นใจว่าจะเกิดความยั่งยืนในการพัฒนา เพราะหากชาวบ้านและชุมชนต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมามีความตื่นตัวที่จะทำแผนพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนได้เอง จุดนี้จะเป็นฐานใหญ่ในการพัฒนาชุมชนต่อยอดในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นฝ่ายให้การสนับสนุน และส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้ภูมิปัญญาแก้ปัญหา ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายดำเนินการเองตามแผนที่กำหนดจากส่วนกลาง เป็นบทบาทที่รัฐบาลอยากเห็นมากที่สุด เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด หากทุกพื้นที่ดำเนินการในลักษณะนี้ มั่นใจว่าสังคมไทยจะเกิดความร่มเย็น ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี บนพื้นฐานแห่งความพอเพียงได้แน่นอน นายแพทย์มงคลกล่าว


ข้อเขียนเชิงบทความเกี่ยวกับการแข่งขัน
(Frank G Anderson)

มีอยู่ในเว็บไซต์ของโคราชโพสต์ ที่ www.thekoratpost.com ความมั่นคงแห่งชาติและการทูตระหว่างประเทศ มีความสัมพันธ์กันและกันอย่างใกล้ชิดจนได้กลายเป็นหัวข้อเรื่องของหนังสือ….เล่มแล้ว….เล่มเล่า เว็บเพ็จและการตีพิมพ์ในชุดแผ่นกระดาษที่มีทัศนะเรื่องใดเรื่องหนึ่งทยอยตามกันออกมาที่เขียนโดยบรรดานักวิชาการ นักวิเคราะห์ นักการทูตที่ปลดเกษียณแล้วและที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ ผู้นำที่อยู่ในตำแหน่ง และกลุ่มอดีตพนักงานต่างๆ จนในที่สุดได้กลายเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มอำนาจหนึ่งหรือโดยอีกกลุ่ม ตามขนาดที่กลายมาเป็นทฤษฎีทางความคิดที่ระบบการเมืองถือเป็นหลักเกณฑ์ของกลุ่ม และทฤษฎีทางความคิดที่ระบบการเมืองถือเป็นหลักเกณฑ์ของกลุ่ม วิลเลี่ยม อีสเตอร์ลี่ ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์คเตือนว่า เป็นเรื่องอัปมงคลอย่างร้ายแรงต่อการเลือกเอา ความจริงกำลังทำให้สะดุ้งตกใจ ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม / สิงหาคม 2550 ของ Foreign Policy (ที่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ) อีสเตอร์ลี่ให้อาหารสัตว์จำนวนมากมายเพื่อโปรยปรายไปบนทุ่งร้างที่เปล่าประโยชน์ทางสติปัญญาแบบสามัญธรรมดาทั่วไป ตัวอย่างเช่น เขาเตือนพวกเราว่าสองทศวรรษที่นำไปสู่ ค.ศ. 2001 เงินจำนวน 154 พันล้านดอลล่าร์ส่งไปเพื่อพัฒนาตะวันออกกลาง ซึ่งไม่เพียงแค่ได้ส่งช่วยส่งเสริม ลัทธิชาตินิยมของรัฐบาลเผด็จการอิสลามเท่านั้น แต่ได้นำไปสู่ค่าจีดีพี ศูนย์ (0 GDP : ค่าผลผลิตมวลรวมแห่งชาติอยู่ที่ ศูนย์) เงินรายได้เฉลี่ยของประชากรต่อคน ตรงนี้เป็นภูมิภาคที่อุดมไปด้วยน้ำมัน แล้วจะเป็นยังไงกับประเทศที่ไม่มีทั้งน้ำมันหรือยังไม่ได้ถูกนำเอามันมาใช้ประโยชน์ อีสเตอร์ลี่ชี้ให้เห็นหลายประเทศ อย่างเช่น ไอวะรี โคสท์ ที่อยู่ท่ามกลางประเทศอื่นๆ ที่เดินตามทฤษฎีทางความคิดที่ระบบการเมืองที่ถือเป็นหลักเกณฑ์เชิงการพัฒนาตามแบบทั่วไปซึ่งมีการส่งเสริมเป็น “การแก้ปัญหาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น” โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการและผู้นำรัฐบาล รวมทั้งตำแหน่งสูงสุดในสถาบันการเงินระดับโลกด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศมาเลเซีย ในช่วงการเริ่มต้นการแพร่ระบาดทางเศรษฐกิจในเอเซียในปี 2540 ปฏิเสธที่จะทำตามสติปัญญาตะวันตกและได้ทำตามแนวทางของตน ได้รับการชื่นชมแต่เพียงประเทศเดียวในฐานะที่เป็นประเทศที่ผู้นำของประเทศรู้ว่ากำลังจะทำอะไรและตั้งใจจะทำในสิ่งนั้น ทักษิณ ชินวัตร ของไทยได้แสดงให้เห็นสิ่งหนึ่งในประเทศไทยขณะที่เขากำลังพยายามปีนป่ายขึ้นบันไดการเมือง หนึ่งในนั้น มีการช่วยเหลือแจกจ่ายทางการเงินและได้ผุดวิธีการแก้ปัญหามหัศจรรย์หลายอย่าง ตามที่ให้สัญญากับปัญหาที่แท้จริงเหล่านั้น ไม่เพียงแต่จะให้งานแล้วเสร็จเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดภายหลังความล้มเหลวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับนโยบายต่างๆที่วางเอาไว้อย่างลวกๆ ปล่อยให้ประชาชนอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่กว่าตอนที่พวกเขาได้เริ่มทำเสียอีก ภายหลังจากการออกไปจากจุดเกิดเหตุของผู้นำที่ล้มเหลวแล้ว ประเทศไทยก็ยังมีความแตกต่างเล็กน้อยเฉพาะกับเหตุการณ์ทางการเมืองในส่วนของคนรอบข้างทักษิณ ชินวัตร ซึ่งแทบจะไม่ได้เอ่ยชื่อหรือให้รายละเอียดของการทำผิดของพวกที่อยู่รอบข้างทักษิณเลย ความบกพร่องที่ไม่ได้เอ่ยชื่อหรือให้รายละเอียดการทำความผิดดังกล่าวนั้น ทำให้ทุกคน-นั่นคือคนไทยและชาวต่างประเทศ-ฝังใจอย่างผิดๆว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิดของทักษิณ และตัวเขาไม่ได้ช่วยเหลือ ไม่ได้ให้ความอนุเคราะห์หรือให้ความร่วมมือในการทุจริตหรือคอรัปชั่นตามที่ถูกกล่าวหานั้นเลย รวมทั้งในความผิดพลาดล้มเหลวมากมายหลายอย่างที่เกิดขึ้นทั่วประเทศที่ทำกันและเกิดขึ้นภายใต้การบริหารประเทศของเขา แผ่นดินไหววันที่ 26 ธันวาคม 2547 –เป็นเหตุให้เกิดคลื่นยักทสุนามิที่กระหน่ำหลายชายหาดของประเทศไทยทำให้มีการตายมากมายหลายพันคน นึกเอาว่าทางรัฐบาลทักษิณจะเข้าจัดการในเรื่องนี้ การปิดบังอำพรางมีมากขึ้นและการสมรู้รวมคิดทำผิดทางอาญาถูกนำมารวมเข้าด้วยกันแทน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีรายงานของเป้าหมาย เกี่ยวกับความไร้ความสามารถบางอย่างและแม้กระทั่ง การกระทำหรือการละเว้นการกระทำที่ประมาทเลินเล่ออันก่อให้เกิดการรับผิดทางอาญา ก็น่าจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบบ้าง การฆ่าตัดตอน (การฆ่าด้วยการพิพากษาพิเศษหรือตั้งศาลเตี้ยขึ้นมาเอง) ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยในภาวะสงครามเกี่ยวกับยาเสพติดแท้จริงแล้วปล่อยให้ล้มตายกันนับพันคน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม เหยื่อสมควรที่จะได้รับการไต่สวนตามความเหมาะสม แต่กลับถูกตัดสิทธิ์ไม่มีการไต่สวนโดยขบวนการแบบเผด็จการที่สั่งการจากระดับบนลงล่าง ไม่มีช่องว่างเพื่อความยุติธรรมเลย การช่วยเหลือทางการเงินของทักษิณเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วมากเป็นการยากที่จะจินตนาการว่าจะเป็นไปอย่างใด หรือไม่ก็ เมื่อมีใครสักคนหยิบยื่นเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือจำนวนมากและหลายๆกองให้และประชาชนผู้ที่รับเงินเป็นผู้ที่ชักชวนให้เชื่อได้ง่ายพอที่จะเชื่อว่าไม่มีอะไรที่จะทำให้พวกเขาต้องตอบแทนคืน ตามความจริงแล้ว ประชาชนผู้ยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอิสาน) เป็นผู้ที่อยู่ท่ามกลางบรรดาผู้ตกเป็นเหยื่อที่รับผลเลวร้ายที่สุดในความคิดอันนี้ซึ่งประสงค์หรือหวังเพื่อให้มีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น เพราะว่า มันเหมือนกันกับในตัวอย่างอื่นมากมาย ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ พวกที่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้รับการบอกกล่าว เมื่อสุวัฒน์ ลิปพันธ์ลพบอกกับพวกเขาที่นี่ในโคราชมากกว่าหนึ่งครั้งว่า ความร่ำรวยพร้อมทั้งความมั่งคั่งจะไหลมาเหมือนอย่างน้ำผึ้ง ซึ่งพวกเขาก็เชื่อ สิ่งที่พวกเขาต้องทำ พวกเขาได้รับการบอกกล่าว ต้องทำตามหัวหน้าผู้นำพรรคการเมือง แล้วเกิดอะไรขึ้น พระมหากษัตริย์ทรงตรัสว่าการเลือกตั้งหลายครั้งเป็นระบอบประชาธิปไตยตามที่เรียกกันนั้น พรรคนี้ได้ให้กับประเทศชาติที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และมันก็จริง ความแตกต่างระหว่างภาพพจน์ของชาติ นโยบายการเมืองกับความเป็นจริงบนพื้นฐานแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้มากกว่าที่มันเป็นอยู่ที่ตรงนี้ ในเป็นประเทศไทย ฟังบรรดาผู้นำของชาติและคุณมักจะได้ยินว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้สวยพอควร ขณะที่ใครสักคนกำลังไปได้สวย อย่างไรก็ตาม ประชาชนคนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆไม่ได้ไปได้สวยอย่างว่านั้นเลย ลูกค้าไม่เข้ามา สินค้าไม่ได้ขาย การบริการไม่มีการว่าจ้าง และเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ทั้งแม่และพ่อต่างก็ต้องพากันออกทำงานเพื่อให้เพียงพอแค่มีกินไปวันๆ การเก็บออมเป็นชิ้นเป็นอันไม่มีเลย ตรงนี้ไม่ใช่ฉากหนึ่งของบทละครอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นความจริง คนสามัญธรรมดาต้องเบียดเสียดกันตามทางเดินเท้าที่มีแผลงลอยขายของ ตั้งธุรกิจเล็กๆขายอาหารตามมุม เดินเร่ขายหนังสือพิมพ์และดอกไม้ท่ามกลางการจราจรที่ติด และทำธุรกิจโดยปราศจากสิ่งที่เอื้อให้เกิดการผ่อนคลายสบายกายเหมือนอย่างการปรับอากาศและการได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้ เพราะว่าพวกเขาไม่มีเงินหรือวิธีการที่จะซื้อของพวกนั้นได้ ความกดดันทางเศรษฐกิจเหล่านี้ ก็เช่นกัน กำลังแสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายทางสังคม โรคพิษสุราเรื้อรังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป การขาดการชำระหนี้ส่วนตัวทางการเงินยังสูงอยู่ บางอย่างในเรื่องนี้สามารถตำหนิได้ตามที่เรียกกันว่าโลกาภิวัฒน์ และปรัชญา “ตลาดเปิด” ซึ่งกระทบปากท้องชาวนาทั่วไป พ่อค้าและสิทธิครอบครัว พวกเขาเป็นผู้รับความลำบากมากที่สุด พวกเขาดูเหมือนไม่มีอำนาจที่จะควบคุมหรือกำหนดประเภทใดที่เกี่ยวกับอนาคตที่พวกเขาจะมี ตรงนี้เป็นหัวข้อหนึ่งในหัวข้อเรื่องของอีสเตอร์ลี่ที่ถูกนำไปใช้ทำประโยชน์-การเลือกถูกแทนที่โดยทฤษฎีทางความคิดที่ระบบการเมืองถือเป็นหลักเกณฑ์ของกลุ่ม อีสเตอร์ลี่อาจได้พูดถึงหลักความเชื่อที่เป็นการยอมรับกันโดยปราศจากข้อสงสัยไปแล้วก็ได้ เพราะว่าเมื่อทฤษฎีทางความคิดที่ระบบการเมืองถือเป็นหลักเกณฑ์ได้ถูกขายไปให้คนชั้นหัวกะทิผู้ที่มีอำนาจเป็นผู้ที่ควบคุมเชือกรัดปากถุงเงินของโลก มันกลายเป็นหลักความเชื่อที่เป็นการยอมรับกันโดยปราศจากข้อสงสัย มีองค์ประกอบที่กล่าวถึงไม่บ่อยนักที่นี่ ในประเทศไทยถึงผลกระทบเกี่ยวกับสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้วว่าการค้าในประเทศเป็นการเข้าถือครองของต่างชาติ น่าสังเกตว่าการทักท้วงมาจากอำเภอปากช่องของโคราชและมุ่งตรงไปที่เทสโก้ โลตัส เป็นที่ถกเถียงกัน ซึ่งน่าเชื่อด้วยว่า ความล้มเหลวทางธุรกิจที่ผู้ค้ารายย่อย หรือร้านค้าตามที่เรียกกันว่า “ร้านค้าที่ครอบครัวหรือสามีภรรยาเป็นเจ้าของและบริหารกันเอง” กำลังประสบปัญหากันอยู่นั้น มีสาเหตุมาจาก เทสโก้ โลตัสและห้างต่างๆที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันที่เข้ามาตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และหาประโยชน์เอาเปรียบจากความปราศจากกฎข้อบังคับเพื่อเข้ามาอยู่เหนือผู้ค้าคนไทยด้วยกำลังที่เหนือกว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นความจริง หากมองกันเพียงแค่ทัศนะความเป็นชาตินิยม ในประเทศไทยมักจะนิยมกันอย่างมากที่จะตำหนิชาวต่างชาติเกี่ยวกับการล้มป่วยทางสังคมและการเงิน และอ้างเหตุผลเพื่อรับการสนับสนุนของรัฐบาลและกฎข้อบังคับเพิ่มขึ้น แน่นอน การร้องขอบางอย่างมีเหตุมีผล แต่ในภาพรวมแล้วเป็นการกล่าวเหน็บแนม-ว่าชาวต่างชาติกำลังเอาเปรียบคนไทยอย่างไม่ถูกต้อง-ละเลยที่จะยืนหยัดในความพยายามหรือในการดำเนินการเนื่องจากสถานการณ์ที่คล้ายกันกับเมื่อห้าสิบปีมาแล้วที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ย้อนหลังกลับไป ในช่วงนั้น ซึ่งข้าพเจ้าเพิ่งกำลังเข้าเรียนในมัธยมศึกษา แต่เป็นที่สังเกตุได้ง่ายว่า การย้ายถิ่นฐานของบรรดาร้านค้า “ที่ครอบครัวหรือสามีภรรยาเป็นเจ้าของและบริหารกันเอง“ เข้าสู่ทำเลย่านศูนย์กลาง ซึ่งรู้จักกันทั่วประเทศว่าเป็น “ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่มีผู้คนพลุกพล่านขวักไขว่ไปมา” หรือเหมือนอย่างที่รู้จักกันที่นี่ ในประเทศไทยว่าเป็น “เป็นร้านห้องแถว” กลุ่มธุรกิจกลุ่มหนึ